ใช้งานลู่วิ่งไฟฟ้าอย่างไรถึงจะ อึด ถึก และทน

ลู่วิ่งไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์แรกๆเลยที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่เลือกใช้งานในการเริ่มต้นออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพซึ่งเป้าหมายส่วนใหญ่คือการลดน้ำหนัก หรือเผาผลาญไขมันส่วนเกิน ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยชินกับการใช้งาน

อุปสรรคส่วนใหญ่ของคนที่ใช้งานลู่วิ่งไฟฟ้า คือการยอมแพ้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเวลา สถานที่ ความอดทน และเรื่องของความท้อถอย เพราะความใจร้อน ซึ่งหากคุณสามาถก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านี้ได้ คุณจะสามารถมุ่งสู่เป้าหมายในการออกกำลังกายได้อย่างแน่นอน

อุปสรรคเรื่องของเวลา

เรื่องของเวลา อาจจะเป็นอุปสรรคมากสักหน่อย สำหรับคนทำงาน แต่ก็สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการเลือกเครื่องออกกำลังกายมาใช้งานมันที่บ้านสะเลย คุณสามารถเลือกเวลาออกกำลังกายได้อย่างอิสระ ไม่ว่าคุณจะยุ่งแค่ไหน แต่กลับบ้านมาคุณก็ต้องสละเวลามาออกกำลังกาย อย่างน้อยวันละ 30 นาทีก็ยังดีค่ะ

เมื่อคุณเริ่มต้นออกกำลังกาย ไปสักประมาณ 2-3 อาทิตย์ติดต่อกัน มันจะกลายเป็นพฤติกรรม ที่ต้องทำทุกวัน วันไหนที่ไม่ได้ออกกำลังกาย คุณจะรู้สึกว่าชีวิตขาดอะไรบางอย่าง

อุปสรรคเรื่องของสถานที่

สำหรับคนที่เรื่องเงินและเวลา ไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่เรื่องของสถานที่ เพราหลายคนอาศัยอยู่ภายในคอนโด หรืออพาร์ทเม้นต์เช่า ซึ่งบางแห่งก็มีฟิตเนสให้เข้า อันนี้ก็ถือว่าโอเค แต่บางแห่งไม่มีนี่ จะเอาเครื่องออกกำลังกายไปวางไว้ที่ไหนของบ้านดีล่ะ ?

แนวทางการแก้ไข อยากแนะนำให้เลือกเครื่องออกกำลังกายแบบเล็กกะทัดรัดและพับเก็บได้ อย่างลู่วิ่งไฟฟ้า ก็มีให้เลือกแบบพับได้นะคะ น้ำหนักไม่เยอะ คุณผู้หญิงก็สามารถที่จะพับเก็บเข้ามุมได้สบายๆเลย

อุปสรรคเรื่องความอดทน

ปัญหาเรื่องของความอดทนและหัวใจนักสู้ของผู้ใช้งาน โดยเฉพาะมือใหม่ ที่มักจะล้มเลิกความตั้งใจในการใช้ลู่วิ่งไฟฟ้าไปอย่างรวดเร็ว อาจจะด้วยความเจ็บปวด ความเหนื่อยล้า หรือความใจร้อน วิ่งเท่าไหร่น้ำหนักก็ไม่ลงสักที ทำให้เกิดความท้อแท้ และล้มเลิกความตั้งใจไป

คุณจะต้องสร้างความมุ่งมั่นในใจ และสร้างวินัยในตัวเอง ทำอาทิตย์ละ 3-5 วัน วันละประมาณ 30-45 นาที ทำมันไปเถอะค่ะ เรื่อยๆ ไม่ต้องไปโฟกัสเรื่องตัวเลขบนตราชั่งมากเกินไป ถึงน้ำหนักเราจะขยับลงช้า และก็ไม่รู้ว่าจะไปสุดอยู่ที่เท่าไหร่ แต่ที่แน่ใจว่าคุณได้แน่ๆคือเรื่องของสุขภาพร่างกายของตัวเราเอง

ลู่วิ่งไฟฟ้าเลือกยังไงดี ?

ลู่วิ่งไฟฟ้า มีให้เลือกมากมายหลากหลายรุ่น ฟังก์ชันและความสะดวกในการใช้งาน ก็มีอย่างครบครัน เริ่มจากขนาดสายพานที่กว้างตั้งแต่ 45 ซม. ขึ้นไปนอกจากการขยับร่ายกายจะเป็นไปในทิศทางที่เป็นธรรมชาติยังลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุไปในตัว

ลู่วิ่งไฟฟ้ารองรับแรงกระแทก

ถัดมาเป็นเรื่องของเทคโนโลยีรองรับแรงกระแทก ที่เรียกว่า Variable Cushioning System ที่เป็นตัวรองรับน้ำหนักผู้ใช้ที่แตกต่าง การวิ่งของคุณจึงสบายเท้าและไม่ก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บ

คุณสามารถตรวจสอบสเปคในส่วนนี้กับเทคโนโลยีเพิ่มเติมที่เสริมให้สายพานนุ่มนวลขึ้น อาทิ Active Response Cushioning System, Ajustable, Perfect FLEX ฯลฯ

มอเตอร์ลู่วิ่งไฟฟ้า

กำลังของเครื่อง เป็นอีกจุดหนึ่งที่ต้องเน้นก่อนอื่น ต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า เป้าหมายในการทำงานเป็นแบบไหน เพราะหากเป็นการวิ่งลดน้ำหนักสลายไขมัน มอเตอร์ 1.5 – 1.75 แรงม้าที่ให้ความเร็วสูงสุด 18 กิโลเมตรต่อชัวโมงเพียงพอแล้ว

แต่หากเป็นนักวิ่งมาราธอน หรือการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ แนะนำให้เลือกลู่วิ่งไฟฟ้ามอเตอร์ขนาด 2.0 แรงม้าขึ้นไป โดยส่วนใหญ่กำลังเครื่องขนาดนี้จะมาพร้อมความเร็วสูงสุดที่ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว

ค่าความชัน

ในส่วนของการออกกำลังกาย ยังมีเรื่องของการปรับความชัน (Incline) ที่สามารถเพิ่มความยากให้กับกล้ามเนื้อได้ทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยลู่วิ่งไฟฟ้ารุ่นทั่วไป สามารถปรับได้ 0-10% ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานแทบจะทุกแบบ